แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาเรโต้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาเรโต้ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์

คนรวย กฎพาเรโต้. 80:20

ข้อมูลรายได้ประชากรโลก โดย World bank
รายได้เฉลี่ยคนไทยต่อวันอยู่ที่ 363 บาทต่อวันสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำไม่มาก
กฎ 80:20 ทรัพย์สินในโลก 80% เป็นของคนจำนวนไม่เกิน 20% ยังคงเป็นจริงเสมอ
ว่าแต่ประชากรโลกนี่เกือบ 7000 ล้านคนแล้วเหรอ O.o

รูปภาพบนกระดานhttp://chamnanmachinery.blogspot.com
ว่าด้วยรายได้ของประชากรโลกทั้ง 6,895 ล้านคน (เป็นตัวเลขปี 2011)

สรุปแบบตรงๆ ว่า โลกของเราเป็นโลกของคนรายได้น้อย

• คนเกิน 3/4 คือ 84% เป็นคนรายได้ไม่มาก มีรายได้ 283 บาท/วัน
• คนเกือบครึ่งหนึ่ง คืิอ 49% มีรายได้ 117 บาท/วัน

ส่วนคนไทย มีรายได้เฉลี่ย 363 บาท/วัน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก แต่ก็ยังสูงกว่าหลายประเทศเพื่อนบ้าน

(ตัวเลขดิบเป็น USD ต่อปี แปลงมาเป็นเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 31.50 บาท/USD แล้วหาร 12 เพื่อเป็น ต่อเดือน แล้วหารต่อด้วย 30 เพื่อเป็น ต่อวัน)

วันเสาร์

อ่านแล้วรวย:รวยก็เพราะเลือกทำเรื่องสำคัญ Important is first


     คุณสมบัติประการหนึ่งของผู้ที่ประสบความสำเร็จ คือ การรู้ได้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง อะไรควรทำเอง อะไรควรให้คนอื่นทำ อะไรเป็นเรื่องสำคัญ อะไรเป็นแค่เรื่องเร่งด่วน

           
    หลักการสำคัญที่จะสามารถทำให้เราสามารถจำแนกได้ว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญจริงๆที่เราต้องทำ ก็คือ “หลักการพาเรโต” หรือที่รู้กันโดยทั่วไปว่า “กฎ 20/80” ซึ่งพอจะอธิบายอย่างสั้นๆได้ว่า คือการเลือกทำกิจกรรมที่สำคัญจริงๆ เพียง 20% เท่านั้น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ได้ถึง 80% ไม่ควรไปเสียเวลาทำกิจกรรมอะไรก็ไม่ทราบอยู่ตั้ง 80% แต่กลับได้ผลลัพธ์น้อยมาก แค่เพียง 20% เท่านั้นเอง ไม่คุ้มค่ากับเวลาและพลังงานของเราเลยแม้แต่น้อย

วันพฤหัสบดี

อ่านแล้วรวย:First thing First! สำคัญกว่า ทำก่อน

               อ่านแล้วรวย รวยอะไรดีในวันหยุดสำคัญ "มาฆะบูชา"  อาจชวนมาเจริญสติแล้ว "รวย" จริงๆ  คนเราในฐานะปัจเจกชน หากมีสติรู้ตัวที่ดีพอ ก็ยังสามารถทำชีวิตให้มันถูกต้องได้ ด้วยการให้ความสำคัญกับเรื่องสำคัญ มากกว่าเรื่องเร่งด่วน มุ่งเน้นไปในการฝึกฝน “วิธีคิด” เป็นสำคัญ มากกว่า “วิธีทำ”

          ถ้าเอาเรื่อง “กฎพาเรโต” มาวิเคราะห์ในเรื่องนี้ ก็จะสามารถได้คำตอบว่า เหตุใดคนส่วนใหญ่ จึงเสียเวลาส่วนใหญ่ไปถึงราว 80% ไปทำกิจกรรมโน่นนี่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ให้ได้ความสำเร็จ กลับคืนมาได้เพียง 20% เท่านั้น ในขณะที่คนจำนวนไม่มาก ใช้เวลาเพียง 20% เท่านั้น ไปทำกิจกรรมใดๆ ที่เขาเห็นว่าสำคัญจริงๆ แล้วก็ได้ผลลัพธ์ ได้ความสำเร็จกลับคืนมา ถึง 80% เลยทีเดียว นี่มันไม่ใช่เรื่องบุญทำ กรรมแต่ง แต่มันเป็นเรื่องของ “คนโง่” และ “คนฉลาด” เท่านั้นเอง (อ่านข้อเขียนเรื่อง “ไล่ล่าเรื่องสำคัญ อย่ามัวเมามันแต่เรื่องเร่งด่วน” ในเว็บไซต์นี้ประกอบด้วย ก็จะเข้าใจกระจ่างขึ้น)

          กล่าวโดยสรุป คนฉลาดเลือกทำในสิ่งที่ “สำคัญ” เท่านั้น และเขาจะลงมือทำทั้ง “สิ่งสำคัญและเร่งด่วน” และ “สิ่งสำคัญ แต่อาจไม่เร่งด่วน” คู่ขนานกันไป อย่างจำแนกแยกแยะ โดยรู้ว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง อะไรควรทำเอง อะไรควรให้คนอื่นทำ

          ส่วนคนโง่นั้น มักเลือกทำแต่ในสิ่ง “เร่งด่วน” เป็นสรณะ พวกเขาเสียเวลาไปทั้งชีวิต ทำแต่ในสิ่งที่ “เร่งด่วน และไม่สำคัญ” ทั้งสิ้น มีบ้าง บางคน โดยฟลุ้คๆ โดยบังเอิญ พวกเขาก็อาจไปทำสิ่งที่ “เร่งด่วน และสำคัญ” ได้บ้าง ก็ถือว่าพอจะมีโชคดีอยู่บ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่โศกนาฏกรรมก็คือ คนจำนวนมาก กำลังสาละวนอยู่ทั้งชีวิต ไปกับกิจกรรมที่ “ทั้งไม่สำคัญ และไม่เร่งด่วน”

          ท่านผู้อ่านล่ะครับ ท่านกำลังทำกิจกรรมในชีวิต อยู่ในช่องไหน ท่านกำลังเน้นที่เรื่อง “สำคัญ” หรือสนใจแต่เรื่อง “เร่งด่วน” ตรวจตราเรื่องนี้ดูก่อนให้แน่ใจ ก่อนที่จะไปกล่าวหา โทษฟ้าดิน สาปแช่งว่าสวรรค์ไม่มีตา หรือถึงแม้มีตาก็หามีแววไม่ ทำไมพระเจ้าช่างโหดร้ายนัก ทำไมพระเจ้าถึงทำกับคนที่ขยันทำงานชนิดตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต ก้นเป็นสว่าน เรียกว่าร่อนไฟแล่บถึงวันละสิบสองชั่วโมงได้ถึงขนาดนี้ ขยันขนาดนี้ ทำไมได้มาแค่นิดเดียว!!

         มหากาพย์เรื่องราวโศกนาฏกรรมของคนที่ “โง่แต่ขยัน” นั้น เล่ากันอย่างไร ก็ไม่มีวันสิ้นสุดครับ ( นี่ยังไม่นับพวก “ทั้งโง่ ทั้งขี้เกียจ”ด้วยนะครับ ซึ่งขอโทษเถอะ ขอพูดในสิ่งที่พูดอยู่บ่อยๆ อีกทีว่า คนพวกนี้ แม้เอาไปทำปุ๋ย บรรดาต้นไม้ยังร้องกันระงมเลยว่า อย่าเอามันมารดฉัน ฉันยังไม่อยากเฉาตายก่อนเวลาอันควร! คิดดูก็แล้วกัน คนบางคน ขนาดเอาไปทำปุ๋ย ต้นไม้ยังเคืองเลย!! )