อ่านแล้วรวย ครั้งนี้จะมาเล่าว่าที่เถ้าแก่เกี่ยวกับทักษะการบริหาร 8 เรื่อง ทำได้แน่นอนว่าทำให้การบริหารกิจการของเถ้าแก่ประสบความสำเร็จ และแน่นอน มันจะนำทรัพย์สินเงินทองและความร่ำรวย และจะได้เปลี่ยนจากว่าที่เถ้าแก่เป็นเถ้าแก่เต็มตัว ดูกันเลยครับ
ทักษะการจัดการ 8 ประการ
1.การมอบหมายงาน
2.ให้คำแนะนำ
3.ติดตามผลงาน
4.ให้คำชมเชย
5.แก้ปัญหา
6.ให้คำชี้แนะตักเตือน
7.ให้ความช่วยเหลือ
8.การรายงานผล
การมอบหมายงาน
-บอกรายละเอียดงานที่ทำ
-คุณภาพที่ต้องการ
-ปริมาณที่ต้องการ
-กำหนดเวลาที่งานต้องเสร็จ
-สมเหตุสมผล
-ย้ำถึงการติดตามงาน
ให้คำแนะนำ งานที่มอบหมายงาน ควรให้คำชี้แนะในเรื่อง
-เครื่องมือและอุปกรณ์
-วิธีการ
-การเปลี่ยนแปลง
-รายละเอียดของการทำงาน
-วัตถุดิบที่ต้องใช้
-แหล่งที่มาของวัตถุดิบและอุปกรณ์
-ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ติดตามผลงาน
-เปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสิ่งที่ควรจะเป็น
-เปรียบเทียบผลงานที่ได้กับแผนงาน
ให้คำชมเชย
-ตั้งอยู่บนข้อมูลที่ปรากฎ
-คำชมเชยจะมีประสิทธิภาพ ถ้าเหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น
* ตบไหล่
* พยักหน้า
เช่น คุณทำงานได้ดีมาก
การแก้ปัญหา-เมื่อมีค่าต่างไปจากสิ่งที่คาดหมาย
-การแก้ปัญหาที่เป็นระบบ
* หาสาเหตุ
* รวบรวมข้อมูล
* หาวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้
* ประเมินผลวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้
* ดำเนินการตามวิธีที่ดีที่สุด
การชี้แนะตักเตือน
-พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
-การเผชิญหน้า
-การสื่อสารสองทาง
-พฤติกรรมที่สามารถสังเกตุหรือเห็นได้ชัด
การให้ความช่วยเหลือ
-ให้ความร่วมมือ
-แสดงความใส่ใจ
-พูดคุยส่วนตัว
* แสดงความชัดเจน
* ให้คำแนะนำ
* ให้การสนับสนุน
* ช่วยประณีประนอม (ระหว่าง 2 ฝ่าย)
* มีส่วนร่วม
การรายงานผล-การส่งผ่านข้อมูลที่สำคัญไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องในองค์กร
-รายงานอย่างซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา
-ตรงเวลา
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เถ้าแก่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เถ้าแก่ แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์
วันอาทิตย์
รวยด้วยแฟรนไชส์:เลือกภรรยา กับ เลือกแฟรนไชส์ อันไหนต้องดูดีกว่า choose franchise How to
เรื่องต้องคิด-ต้องถาม ก่อนการตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์นะพี่ผมว่าเลือกแฟรนไชส์ก็คล้ายกับเลือกภรรยา | ||
| อ่านแล้วรวยกำลังพูดถึงแฟรนไชส์ที่มีระบบเป็นมาตรฐานนะครับ ซึ่งจะมีสัญญาผูกพันชัดเจน ไม่ใช่ประเภทหลอกขายของโดยใช้ชื่อแฟรนไชส์แอบแฝง ในสัญญาจะมีพวกนี้ครับ 11 ข้อเกี่ยวกับสัญญาและข้อผูกพันที่ต้องพิจารณาครับพี่ ลองเขียนชื่อแฟรนไชส์ที่พี่สนใจสัก 5 ตัว เหมือนมีสาวๆมาติดพันเรา 5 คน แล้วพี่ลองดูว่าแต่ละตัว(คน) 11 หัวข้อนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทำทุกตัวครบ 11 ข้อแล้วนำทั้ง 5 ตัวมาเปรียบเทียบกันนะครับ จะพอมองได้ในมิติของสัญญาว่าแฟรนไชส์ไหนน่าจะดีที่สุด ผมมองว่าแฟรนไชส์ที่ดีกว่ามักมีข้อสัญญาที่ชัดเจนและรัดกุมมากกว่า ซึ่งก็เหมือนมิติด้านอื่นที่เขาคงชัดเจนและรัดกุมมากกว่าเช่นกัน ถ้าเป็นผมนะพี่ ผมเลือกอันที่ชัดเจน/รัดกุม ที่ไหนสัญญาหลวม ระบบมันก็หลวมนั้นแหละ เราต้องการซื้อระบบที่แข็งแรง ถ้าทำหลวมๆ เราทำเองก็ได้ ไปเสียตังค์ให้มันทำไม | ||
| 1.แต่งงานอยู่กับภรรยาตลอดชีวิต แต่งกับแฟรนไชส์ละ อยู่นานเท่าไหร่ | ||
| ระยะเวลาของข้อผูกมัดคือ ช่วงเวลาที่สัญญาหรือนิติกรรมมีผลบังคับใช้ระหว่างแฟรนไชซอและแฟรนไชซี่ ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกกำหนดโดยฝ่ายแฟรนไชซอ สัญญานี้อาจมีระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีจนถึง 10 ปีหรือมากกว่านั้น โดยทั่วไปยิ่งอายุสัญญานานเท่าใด ค่าใช้จ่ายในการซื้อแฟรนไชส์ก็จะยิ่งมากขึ้น และเงื่อนไขของการต่อสัญญาก็มักจะมีการระบุไว้เรียบร้อย ในบางกรณี แฟรนไชซออาจอนุญาตให้มีการต่อสัญญาโดยมีระยะเวลานานเท่าเดิมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ แต่สำหรับในบางกรณี แฟรนไชซออาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการต่อสัญญาใหม่ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะศึกษาว่าช่วงระยะเวลาของข้อผูกมัดยาวนานเท่าใดสำหรับจำนวนเงินที่ต้องจ่ายไปในการซื้อแฟรนไชส์ เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม เพื่อหาระยะเวลาในการคืนทุน ข้อนี้แตกต่างกันนิดคือภรรยานั้นเขา(ไม่ใช่เรา)หวังว่าจะอยู่กับเราตลอดชีวิต แต่แฟรนไชส์เขาไม่ให้เราทั้งชีวิต | ||
| 2 ค่าสินสอดทองหมั้น กับค่าธรรมเนียมแรกเข้า | ||
| ||
| 3 ค่าเลี้ยงดูภรรยา กับ เงินรายงวด/ ค่าธรรมเนียมการจัดการ |
วันเสาร์
รวยด้วยการจัดการ:7สิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้คุณรวยในปีนี้ 7 things make for rich this year
![]() |
| บทความแรกของ generationRich ช่วยวิจารณ์ด้วยนะครับ |
สินค้าและบริการที่ใครต่อใครต่างช่วงชิงแย่งกันผลิต แย่งกันออกมานำเสนอขายแก่ผู้คนก็เช่นกัน การมีสินค้าหรือบริการที่ดีแค่พื้นๆ ดีธรรมดาๆ ดีตามมาตรฐาน ก็ไม่มีทางที่จะดำรงคงอยู่ในตลาดได้ เว้นแต่จะต้องมีอะไรดีมากกว่านั้น จึงจะพอประสบความสำเร็จได้
ในมุมมองของผม ไม่ว่าจะเป็น “คน” หรือ “ของ” (สินค้า/บริการ) จะต้องมีคุณสมบัติ หรือมีสมรรถนะ อย่างน้อย 7 ประการ ดังต่อไปนี้ จึงจะสามารถแข่งขันกับเขาได้ (ส่วนว่าจะชนะหรือไม่ ก็ต้องไปว่ากันอีกชั้นหนึ่งต่อไป)
1. ต้องเร็วกว่า
2. ต้องมากกว่า
3. ต้องดีกว่า
4. ต้องประหยัดกว่า
5. ต้องง่ายกว่า
6. ต้องเอนกประสงค์กว่า และ
7. ต้องสุขกว่า
ต้องเร็วกว่า : ถ้าเป็นคน ก็ต้องเป็นคนที่ทำงานได้รวดเร็วกว่าคนอื่น แก้ปัญหาได้รวดเร็วกว่า สนองตอบลูกค้าได้รวดเร็วกว่า ฯลฯ
ถ้าเป็นสิ่งของ หรือสินค้า ก็ต้องเป็นสินค้าที่ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็ว เช่น ถ้าเป็นเครื่องถ่ายเอกสารก็ต้องถ่ายสำเนาได้รวดเร็ว ในหนึ่งนาทีถ่ายได้เป็นร้อยแผ่น
ต้องมากกว่า : คนที่ทำงานได้ปริมาณงานมากกว่าคนอื่น ในเวลาที่เท่ากัน ย่อมได้เปรียบ ย่อมเป็นต่อ ย่อมเข้าตากรรมการมากกว่า คำว่า “ต้องมากกว่า” นี้ หมายรวมถึง การที่สามารถทำงานได้ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานกว่าคนอื่นด้วย เช่น ในขณะที่คนอื่นเขาทำงานกันวันละ 8 ชั่วโมง แต่ถ้าเราสามารถทำงานได้ถึงวันละ 10 ชั่วโมง หรือ 12 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น เราย่อมเป็นคนที่ไม่ธรรมดา
สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ที่ให้คุณประโยชน์ใช้สอย หรือคุณค่า ได้มากกว่า ย่อมชนะใจผู้บริโภคได้มากกว่า
ต้องดีกว่า : เป็นเรื่องของคุณภาพ คนที่ทำงานได้คุณภาพของงานที่ดีกว่า ก็ย่อมก้าวหน้ามากกว่า ประสบความสำเร็จมากกว่า
สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ที่มีคุณภาพดีกว่า ก็แน่นอนอยู่แล้ว ผู้คนเขาก็ย่อมอยากซื้ออยากใช้มากกว่า
ต้องประหยัดกว่า : คนที่ทำงานเกินเงินเดือน ทำแล้วหน่วยงานรู้สึกคุ้มค่าที่จ้างเขาไว้ ได้คนอย่างเขาไว้ทำงาน เหมือนกับจ้างคนสองคนเลยทีเดียว แบบนี้แหละที่ทำให้ใครๆ ก็อยากจ้างเขา เพราะจ้างเขาแล้ว ประหยัดกว่าจ้างคนอื่น
สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการก็เช่นกัน ผู้ซื้อซื้อไปแล้วรู้สึกคุ้มค่า ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา มากกว่ายี่ห้ออื่น เขาก็อยากใช้ยี่ห้อนี้ไปเรื่อยๆ
ต้องง่ายกว่า : ต้องเป็นคนที่สามารถทำเรื่องซับซ้อน ให้เรียบๆ ง่ายๆ หรือในอีกความหมายหนึ่ง ต้องเป็นคนไม่เรื่องมาก ไม่มีพระยศพระเกียรติ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมาย ว่าง่ายๆ ใช้งานง่ายๆ ไม่ใช่คนเรื่องมาก หรือชอบทำตัวให้เป็นคนยุ่งยาก
สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ก็เช่นกัน ต้องใช้งานง่าย เข้าถึงง่าย คนเขาถึงจะชอบ คนเขาถึงจะอยากซื้อ อยากใช้กัน
ต้องเอนกประสงค์กว่า : ต้องเป็นคนที่สามารถทำงานได้หลายอย่าง ไม่ใช่แค่งานในหน้าที่ตามตำแหน่งเท่านั้น เดี๋ยวนี้ แม้จะเป็นหมอ เป็นวิศวกร เป็นนักวิชาการ ก็ต้องทำการตลาดเป็น ต้องขายเป็น ต้องรู้เรื่องการเงิน การบัญชี การภาษี ฯลฯ ด้วย จริงอยู่ที่คนเราอาจจะเก่ง หรือเชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว แต่ในยามจำเป็นก็ต้องสามารถทำอย่างอื่นๆได้ด้วย จึงจะเป็นที่ต้องการของหน่วยงาน เดี๋ยวนี้ คนที่พูดได้สองภาษาดูจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว หลายองค์กรต้องการคนที่รู้ภาษาที่สามด้วย
ยุคนี้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้โทรได้อย่างเดียว คนเขาเลิกใช้กันแล้ว โทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องเอนกประสงค์ถึงขนาดสามารถถ่ายรูปได้ ถ่ายวีดิโอได้ ฟังเพลง ฟังข่าวได้ ซื้อสินค้า ชำระเงินค่าจิปาถะได้ ซื้อขายหุ้น ตรวจล็อตเตอรี่ได้ เป็นดิคชันนารี่ได้ ฯลฯ สรุปคือสินค้าและบริการทุกอย่างต้องมีคุณสมบัติตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคได้หลายอย่างจึงจะดี ขนาดบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯยุคนี้ยังรับจองพระเครื่อง พระบูชา ขายเครื่องสำอางผ่านเคาน์เตอร์กันแล้ว
ต้องสุขกว่า : คนที่ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ทำงานเป็นทีมได้ยอดเยี่ยม อยู่ที่ตรงไหน คนที่ตรงนั้นเขาก็มีความสุขกันถ้วนหน้า มีหัวใจบริการ มีวิญญาณของผู้รับใช้ เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ เป็นผู้ช่วยแก้ปํญหามากกว่าเป็นผู้สร้างปัญหา คนแบบนี้ ใครๆ ก็อยากได้ตัวไปทำงานด้วย
สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่ทำให้ผู้ซื้อ หรือผู้บริโภคเกิดความอุ่นใจ สบายใจ ไร้กังวล รู้สึกเป็นสุข รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่ซื้อสินค้ายี่ห้อนี้มาใช้ ย่อมทำให้ผู้ซื้อ กลับมาซื้อซ้ำ กลับมาซื้อแล้วซื้ออีก ช่วยบอกต่อ ช่วยปกป้องแก้ตัวแทน ปวารณาตัวเป็นลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ไปในที่สุด แบบนี้ ก็ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้ นอกจากเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด หรืออย่างแย่ๆ ก็ต้องอยู่ใน ท้อปไฟ้ว์
ลองใช้เกณฑ์สมรรถนะ 7 อย่างนี้ คอยเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ หรือกับคู่แข่งอยู่เสมอๆ (Benchmarking) แล้วพยายามพัฒนาตนเอง พัฒนาสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของเรา ให้เหนือกว่าคนอื่น หรือเหนือกว่าคู่แข่งให้ได้ แม้ไม่ครบทุกอย่าง ก็ให้ได้มากอย่างที่สุด เราจึงจะอยู่รอด และพอจะมีหนทางชนะได้บ้าง
วันพุธ
อ่านแล้วรวย:ขอรวยเป็นทีม ปีใหม่เป็นต้นไป Rich team since new year
![]() |
| Richy-begger |
![]() |
| generationRich |
จากเวปบอร์ดแบ่งกันรวย สู่เวปบอร์ด ขอทาน-ความรวยเริ่มด้วยเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว Richy-begger หนุ่มผู้ซึ่งนิยมชมชอบอ่านหนังสือฮาวทูเป็นชีวิตจิตใจ ได้ติดต่อซื้อหนังสือจากหน้า "รวยเงินทอง" ไป 4 เล่ม พร้อมทั้งแนะนำด้วยว่ารู้สึกงงกับบล็อกนี้ที่เป็นบล็อกทางการเงินแต่แต่งบล็อกได้เหมือนบล็อกเด็กอนุบาล ควรจะศึกษามืออาชีพในการทำบล็อก พร้อมทั้งแนะว่าวิธีทำเวปบอร์ดของบล็อกนั้นสามารถทำให้หน้าสนใจมากกว่านี้ แล้วก็ทั้งแนะนำวิธีทำ อย่ากระนั้นเลย ในเมื่อ Richy-begger สนใจ ผมจึงเชิญมาปรับโฉมหน้าเวปบอร์ด แบ่งกันรวย ให้เป็น ขอทาน-ความรวย โดยมีคอนเซปของหน้านี้คือ จะเป็นเวปบอร์ดของผู้ที่ชอบอ่านหนังสือฮาวทูต่างๆ หรือนักท่องอินเตอร์เนต จะได้แบ่งปัน "ประโยค"ดีๆเด็ดๆ ที่จะสร้างสมารถสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หน้านี้จึงเหมือนกับการ "ขอ" เปล่าๆ และเชื่อว่าเพื่อนๆที่ไม่ปฏิเสธว่าตนเองนั้นต้องการจะ รวย ก็คงมีประโยคดีๆที่จะแบ่งปันอยู่มากมาย ขอนะครับ
จากฝากขายหนังสือ-มาเป็น generationRich หนุ่มน้อยที่โทรมาบอกว่ามีหนังสือ "เฉลียงเรื่องราวบนแผ่นไม้" มาฝากขาย เล่มละ 600 บาท เป็นหนังสือสะสมที่อยากจะแบ่งปันให้ผู้รักวงเฉลียงได้เป็นเจ้าของ เชื่อว่าน่าจะขายได้แน่นอน เพราะวงดนตรีพวกนี้เป็นวงแบบสไตล์ ไม่ใช่วงแฟชั่น แฟชั่นแรงจริงแต่ดับแล้วดับเลย สไตล์เหมือนน้ำซึมบ่อทราย ไม่หวือหวาแต่มีน้ำไหลออกมาเรื่อยๆ คิดว่าคนกลุ่มที่อ่านบล็อกนี้เป็นพวกมีสไตล์ ไม่ใช่พวกแฟชั่น แล้วกลุ่มอายุที่อ่านน่าจะประมาณ 25 up แล้วผมว่าหนังสือเล่มนี้มีวิธีคิดแบบสถาปนิกที่สร้างงานหลายๆอย่างระดับประเทศ แล้วแต่ละคนรวยไม่น้อยนะ ดี๋ นิติพงษ์ ห่อนาค ของแกรมมี่อย่างนี้ ประภาศ ชลศรานนท์ ของเวิกค์พ้อยท์ อย่างนี้ เขาเขียนบอกไว้ในเล่มนี้แหละตั้งแต่ต้นจนจบว่าเขาทำยังไงจึงรวย ถ้าพี่ไม่เชื่อเดี๋ยวผมเขียนส่งให้พี่ดูนะพี่
ผมฟังที่ generationRich พูดแล้วบอกได้คำเดียวว่า เออ ไอ้นี่มีแวว
ดังนั้น ปีใหม่นี้ Read-for-Rich อ่านแล้วรวย จะปรับโฉมให้มีความหลากหลายมากขึ้นครับ เราจะมีทีมงานทั้งหมด 3 คน มาช่วยกันเขียนบทความหรือแนะนำหนังสือ และเรื่องเกี่ยวกับ ความรวย ในมุมมองต่างๆ เชื่อแน่ว่าแฟนเก่าจะได้รับบรรยากาศเดิม แต่จะมีกลุ่มใหม่เข้ามาแชร์ ความฝัน ความรวย เพราะเราเชื่อว่า ถ้าไม่ได้เกิดเป็น เดวิด เบคเฮ็ม ไมเคิล เจคสัน การจะทำงานอะไรคนเดียวให้รวยนั้นเป็นไปได้ยาก เราจึงสร้างทีมขึ้นมาและจะพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งขึ้นต่อไป
สุดท้าย สำหรับ "รวยความสุข" "รวยสุขภาพ" "รวยปัญญา" "รวยมิตรภาพ" "รวยความงาม" ยังยินดีเชิญผู้สนใจมาร่วมกันนะครับ
ปีใหม่นี้ รวย และ รวย ทุกคนครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



